
"ผู้หญิงต้องกุมกระเป๋าเงิน วางแผนการใช้จ่ายในแต่ละเดือน และสร้างวินัยการออมให้เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัว "
ทุกวันนี้บทบาทหญิงไทยมีความเด่นชัดมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของหลากหลายองค์กร ซึ่งจุดเด่นของผู้หญิงที่ไม่แพ้"ชายอกสามศอก"เห็นจะเป็นเรื่องของความรู้ ความมั่นใจ และที่สำคัญที่สุดคือ "ความรอบคอบ" โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ
ในงานเสวนา "ผู้หญิงยุคใหม่ใส่ใจเรื่องเงินๆ ทองๆ" เนื่องในโอกาสวันสตรีไทยประจำปี 2552 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เมื่อเร็ว ๆนี้ ถือเป็นเวทีรวมพลผู้หญิงแถวหน้าระดับประเทศ ในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ"ออมเงิน" รวมถึงเทคนิคเฉพาะของแต่ละบุคคล
เริ่มจากเจ้าภาพของงาน" ภัทรียา เบญจพลชัย" กรรมการและผู้จัดการตลท. แนะว่าสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ "การออม"
"หากมีเงินเดือนจะต้องสร้างวินัยในการออมเป็นอันดับแรก และหากมีความพร้อมในด้านต่างๆ จึงเริ่มทยอยลงทุน"
นอกจากนี้"ภัทรียา" พูดถึงการดูแลเงินของครอบครัวว่า ผู้หญิงควรต้องเป็นคนกุมเงิน เช่นเดียวกับที่ตัวเธอเองจะเป็นคนควบคุมค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนการใช้เงินในแต่ละเดือน พร้อมรู้ข้อมูล และเตรียมความพร้อมการใช้จ่ายของสมาชิกทุกคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างวินัยการออมให้เกิดขึ้นแก่สมาชิกในครอบครัว พร้อมยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
มาที่" วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ" นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวเปิดประโยคด้วนวลีที่กินใจว่า "การวางแผนทางการเงินคือ การวางแผนชีวิต" และทุกวันนี้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่มีเงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ดังนั้นการออมเงินจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก
"จะมีเงินมาก หรือน้อยก็สามารถออมได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างวินัยการออมด้วยการกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย แต่เป้าหมายนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับแนวทาง"
พร้อมยกตัวอย่างเช่น นาย ก. มีเงินเดือน 1 หมื่นบาท แต่ต้องการที่จะมีบ้านหลังละ 10 ล้านบาท ลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป้าหมายไม่สัมพันธ์กับแนวทาง พร้อมกันนี้ต้องไม่ลืมที่จะทำบัญชีค่าใช้จ่าย
"วิวรรณ"ยังให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกับ"ภัทรียา"ว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้หญิงต้องกุมกระเป๋าของบ้าน พร้อมกับสร้างวินัยการออมให้เกิดขึ้นแก่ทุกคนในครอบครัว โดยมองว่าหากครอบครัวใดมีวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง ครอบครัวนั้นก็จะมีความสุข ในขณะเดียวกันวินัยการใส่ใจเรื่องเงินๆทองๆจะต้องเริ่มที่บ้าน โดยพ่อแม่จะต้องปลูกฝังให้ลูกๆ ทุกคนรู้จักใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับการจัดการเรื่องเงินทองนั้น สิ่งที่สำคัญคือ การสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างรายจ่าย กับรายรับ
"คนจน คือ คนที่ใช้เงินมากกว่าที่หาได้ ส่วนคนรวยคือ คนที่ใช้เงินน้อยกว่าที่หาได้"
สุดท้าย "วิวรรณ" ยังให้เทคนิคส่วนตัวในเรื่องการออม- การลงทุนท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจว่า หากต้องการลงทุน ก็ควรจะรู้จักตัวเอง คือ เงินในกระเป๋า ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และแผนการลงทุน รวมถึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุนแบบต่างๆ และต้องลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงเวลา และภาวะเศรษฐกิจ
พร้อมแนะว่า การกระจายความเสี่ยงคือ หัวใจการลงทุน โดยจะต้องจัดพอร์ตลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ อะไรที่ให้ผลตอบแทนดี ก็ลงน้ำหนักมาก แต่ต้องคำนึงถึงความผันผวนของผลตอบแทนด้วย นอกจากนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทบทวนพอร์ตลงทุน และติดตามผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ส่วน "ฐิตินันท์ วัธนเวคิน" ประธานสายธุรกิจเงินฝาก และการตลาด ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) สำทับว่า ประชาชนจะต้องคำนึงถึงการออมเพื่อชีวิตหลังวัยเกษียณ อย่างช้าที่สุดไม่ควรเกินช่วงอายุ 30 ปี ซึ่งหากเริ่มออมเมื่อมีอายุมากขึ้นจะไม่ทันกาล มีน้อยออมน้อย แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องมีคือ "วินัยการออม" มิใช่การสรรหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูง
มาที่ผู้หญิงแถวหน้าแห่งแวดวงธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า "กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา (ไทยแลนด์) จำกัด มองว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการออมเงิน คือ การมีวินัยในตนเอง นอกจากนี้ต้องมีการทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายทุกเดือน หรืออย่างน้อยทุกไตรมาส
"หากภายใน 1 เดือนมีรายจ่ายมากกว่ารายรับจะต้องเร่งวิเคราะห์การจับจ่ายในเดือนนั้นๆ และหาวิธีลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน"
พร้อมกล่าวว่า อย่างน้อยในแต่ละเดือนควรมีเงินเก็บบ้าง และหากควบคุมค่าใช้จ่ายได้แล้ว และเริ่มมีเงินออม ควรต้องคิดถึงเรื่องการลงทุน โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์การออม รวมถึงต้องรู้จักการกระจายความเสี่ยง และควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
ปิดท้ายด้วยนักธุรกิจหญิงผู้โด่งดังในธุรกิจขายตรงเครื่องสำอาง "หมอต้อย - พ.ญ.นลินี ไพบูลย์" ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด แนะว่า การออมเงินควรเริ่มจากสถาบันครอบครัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ "กำลังใจ" ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
คำถาม
1." ภัทรียา เบญจพลชัย" กรรมการและผู้จัดการตลท.มีวิธีการออมเงินอย่างไร
2. คนจนกับคนรวยต่างกันอย่างไร
3.การลงทุนท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจว่า หากต้องการลงทุน ควรที่จะมีวิธีการจัดการอย่างไร
จัดทำโดย
นางสาว สุจิตตรา โนพันธ์ ID: 5001203034
1.เป็นคนควบคุมค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนการใช้เงินในแต่ละเดือน พร้อมรู้ข้อมูล และเตรียมความพร้อมการใช้จ่ายของสมาชิกทุกคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างวินัยการออมให้เกิดขึ้นแก่สมาชิกในครอบครัว พร้อมยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ตอบลบ2.คนจน คือ คนที่ใช้เงินมากกว่าที่หาได้ ส่วนคนรวยคือ คนที่ใช้เงินน้อยกว่าที่หาได้
3.โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์การออม รวมถึงต้องรู้จักการกระจายความเสี่ยง และควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
นางสาว ศิริลักษณ์ กันตโสภณานนท์ 5001203013 c2/2